“แฟชั่น สำหรับเราคือ โล่ ความสุข และ ‘ภาพสะท้อนตัวเอง’ “
แฟชั่น เป็น โล่ ยังไงน่ะหรอ ลองนึกภาพตามนะ สมมติว่าเราไปห้างแล้วเราแต่งตัวไม่ดี เราก็จะถูกมองไม่ดี ได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดี จากคนที่มองคนแค่ภายนอก ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว ใคร ๆ ก็ต้องมองกันที่ภายนอกก่อนทั้งนั้น เพราะเราไม่ได้มีโอกาสหรือมีเวลามากพอที่จะไปทำความรู้จักเขา นี่แหละ ตรงนี้แหละ แฟชั่นจะเป็นเสมือนโล่ที่ปกป้องเราจากสิ่งเหล่านี้ได้ ถ้าเรารู้จักใช้ประโยชน์จากแฟชั่น การที่เรารู้จักแต่งตัวนั้นแสดงให้เห็นถึงรสนิยมและค่านิยมที่แฝงมากับการเลือกชุด และไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเสื้อผ้าที่เราใส่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้แฟชั่นนำเสนอเสื้อผ้าที่มีอยู่ออกมายังไงให้ดูดีมากกว่า
เราเชื่อว่าแต่ละคนก็มีความสุขกับสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน และ ความสุข ของเราก็คือ ‘แฟชั่น’ เพราะเราได้ทำสิ่งที่อยากทำ ได้ใส่สิ่งที่อยากใส่ แฟชั่นไม่มีผิดถูก แค่ต้องดูความเหมาะสม ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้โดนตีกรอบ เราเป็นตัวเราได้เต็มที่ เราคิดว่าบนโลกนี้คงไม่มีอะไรที่จะทำให้มีความสุขได้มากไปกว่าการได้เป็นตัวเอง และเราชอบในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่แล้ว
ส่วนที่เราบอกว่า แฟชั่น คือ ภาพสะท้อนตัวเราเอง ก็อย่างที่บอกไป สไตล์การแต่งตัวสามารถบอกถึงรสนิยมหรือ ค่านิยมต่าง ๆ ได้ และทั้งหมดที่เราแสดงออกมานั่นล่ะ คือ ภาพสะท้อนตัวเราเอง คือความคิด ความเชื่อ ความชอบของเราที่ไปปรากฏบนเสื้อผ้าที่ใส่ ข้าวของที่ใช้ อาจมีหลายคนบอกว่าคนที่แต่งตัวดูแรงแต่ไม่ได้เป็นคนแบบนั้นก็มี อันนั้นก็ใช่ที่เขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็น แต่การที่เขาเลือกที่จะทำแบบนั้นอย่างน้อย ๆ เขาก็ต้องเห็นว่าสิ่งนั้นดีถึงเลือกที่จะทำ นั่นก็สะท้อนให้เห็นความคิด มุมมอง ทัศนคติของเขาแล้วว่าเขาเป็นคนยังไง และสิ่งเหล่านี้ก็คือส่วนหนึ่งของคน ๆ นั้น
คนอื่น ๆ อาจจะมองแฟชั่นเป็นธุรกิจ เป็นงาน เป็นหน้าที่ หรือจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ทุกคนสามารถคิดต่างได้หมดแค่ต้องยอมรับและเคารพความต่างของคนอื่นด้วย และทั้งหมดนี้คือมุมมองของเราที่มีต่อแฟชั่น