Content Creator กับสื่อยุคใหม่

คงต้องบอกว่า ณ ปัจจุบันนี้สื่อใหม่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเราอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่เราใช้มันอยู่ทุกวัน วันไหนถ้าไม่ได้เล่นจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นยุคที่กำลังฆ่าสื่อเก่าให้ค่อย ๆ ตายลง ถ้าหากไม่ปรับตัวหรือปรับตัวตามไม่ได้ เช่น นิตยสารบางฉบับที่ต้องปิดตัวลงเพราะไม่มีคนซื้ออ่าน เนื่องจากคนหันมานิยมอ่านแบบออนไลน์กันหมด และตัวเองนั้นก็ไม่ยอมที่จะปรับตัว แต่นิตยสารที่ยังอยู่ได้ก็คือนิตยสารที่หันมาเผยแพร่ content แบบออนไลน์ควบคู่ไปกับการผลิตเป็นเล่มจำหน่ายด้วยถึงยังอยู่รอด ซึ่งเป็นตัวอย่างของ natural selection ได้อย่างดีทีเดียว

แล้วถ้าอยากทำ content ลงบนสื่อใหม่ต้องทำยังไง?

อันดับแรกต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า การจะผลิต content ขึ้นมาต้องไม่ใช่การลอก เรามี reference ได้ มี inspiration จากงานของคนอื่นได้ แต่ต้องมีความคิดที่เป็น original ของตัวเราเองด้วย อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเกิน 70% ขึ้นไป แล้วนอกจากเรื่องความ original ของ content แล้วยังมีอีกหลายอย่างที่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การผลิต content บนสื่อใหม่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ขั้นตอนแรกของการทำ content คือ การคิดว่าจะทำอะไร จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไร มันดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย ๆ นะ แต่พอจะเริ่มทำกันจริง ๆ คิดไม่ออก เพราะงั้นให้เริ่มต้นด้วยการมองหาจากสิ่งที่ตัวเองสนใจก่อน เอาแบบเป็นหัวข้อกว้าง ๆ ก็ได้ พอได้แล้วก็มาดูว่า หัวข้อที่เราคิดมา คิดว่าคนต้องรู้หรืออยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งนี้บ้าง ถ้าให้นั่งคิดเองก็คงคิดกันหัวแตก เรามีตัวช่วยมาแนะนำคือ Google Trends เป็นเครื่องมือที่ช่วยหาว่าหัวข้อที่เราสนใจ คนอื่น ๆ กำลังพูดถึงเรื่องอะไรในหัวข้อนั้นอยู่ เช่น

google trends การแต่งตัว 1
google trends การแต่งตัว 2

เมื่อเรา search หัวข้อของเราลงไปแล้ว ให้เลื่อนลงมาด้านล่างจะเห็นว่าคนส่วนใหญ่สนใจเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับ topic นั้น อย่างตัวอย่างจะเห็นว่าเราเลือกหัวข้อเรื่องการแต่งตัว และข้อมูลที่คนอยากรู้คือ การแต่งตัวผู้หญิงเท่ ๆ การแต่งตัวคนอวบขาใหญ่ เราก็เอาสิ่งเหล่านี้ที่คนกำลังให้ความสนใจมาเขียน แต่เราก็ต้องไป observe งานของคนอื่นที่ทำแบบเดียวกับเราด้วยนะ เพราะเราต้องทำให้แตกต่างจากของเค้า ไปดูงานหลาย ๆ อันแล้วหาจุดเด่นที่จะเอามาเป็นจุดขายของตัวเอง

ขั้นที่ 2 เลือกกลุ่มเป้าหมาย หลังจากที่ได้หัวข้อแล้วก็ต้องมากำหนดกลุ่มเป้าหมายว่าจะทำให้ใครอ่าน เด็ก ผู้ใหญ่ ช่วงวัยไหน อายุเท่าไหร่ รายได้ เพื่อที่จะ scope เนื้อหาว่าควรจะทำเนื้อหาประมาณไหนให้เหมาะสมกับ target ของเรา เช่น เราทำเพจแฟชั่นการแต่งตัว เรากำหนดกลุ่มเป้าหมายของเราคือ ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 20-30 ปี ที่สนใจด้านแฟชั่น และมีงบประมาณในการซื้อเสื้อผ้าตั้งแต่ 6000 บาทขึ้นไป เพื่อที่เราจะได้เลือกถูกว่าควรจะ create look ประมาณไหนถึงจะเหมาะสมกับช่วงวัยของกลุ่มเป้าหมายเรา

ต่อมาขั้นที่ 3 เลือกว่าจะเขียนลงแพลตฟอร์มอะไร เช่น Facebook Twitter Instagram Youtube Website ฯลฯ ส่วนเหตุผลว่าทำไมถึงต้องเลือกก็เพราะ แต่ละแพลตฟอร์มมี target และมีรูปแบบการแสดงเนื้อหาแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น อย่าง IG ก็คือเน้นรูปภาพเป็นหลักเนอะ คนไม่ค่อยอ่านสิ่งที่เขียนอยู่ใต้รูปกันเท่าไหร่ ถ้าจะทำ content ลงบนแพลตฟอร์มนี้ก็ต้องนำเสนอด้วยรูปภาพเป็นหลัก หรืออย่าง Youtube น่าจะเห็นภาพชัดมันคือต้องทำ content ออกมาในรูปแบบ video ถ้าเราใส่ตัวหนังสือเข้าไปเยอะ ๆ มันก็ไม่น่าดู เพราะมันเน้นภาพที่เป็นภาพเคลื่อนไหว ถึงต้องเลือกว่าจะใช้แพลตฟอร์มไหน เพราะจะได้ปรับ content ให้เข้ากับแพลตฟอร์มได้ถูก นอกจากนี้ยังมีเรื่องของขนาดรูปภาพที่เหมาะสมสำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อให้ content ของเราเห็นได้ชัด ๆ

ขั้นตอนที่ 4 เลือกประเภทของ content มีให้เลือก 2 ประเภทหลัก โดยเราจะอธิบายแบบให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า

1. Evergreen content คือ content ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังกลับมาอ่านได้อยู่ เช่น 5 วิธีดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรง

2. Real-time content คือ content ที่เขียนขึ้นตามกระแสในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง เช่น การท่องเที่ยวจะเป็นอย่างไร หลังวิกฤตโควิด-19

ซึ่งการจะเลือกรูปแบบ content ไหนมาเขียนก็ต้องดูด้วยว่ากระแสตอนนี้มีอะไรให้เล่นบ้าง ถ้าไม่มีก็ใช้ Evergreen content แต่ถ้ามีก็ให้ใช้ Real-time content เกาะกระแสเพื่อให้ content ของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 5 การใช้ SEO มาช่วยเพื่อให้คนหา content ที่เราเขียนเจอ แล้ว SEO คืออะไร? SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ keyword ที่ใส่ไว้ใน content ที่เราเขียน เพื่อให้คนที่เสิร์ชติด keyword ที่เราใส่เอาไว้หาเราเจอ เช่น อย่างบทความนี้ keyword หลักเลยคือ การทำ content , content creator แล้วก็สื่อใหม่ จะเห็นว่ามีหลายจุดมากที่เราใส่ keyword เหล่านี้ไว้ แล้วถ้ามีคนเสิร์ช keyword พวกนี้ก็จะเจอบทความของเรา

ขั้นตอนที่ 6 การตั้งชื่อเรื่อง อันนี้ก็สำคัญมาก เพราะชื่อเรื่องคือสิ่งที่คนจะเห็นเป็นอย่างแรกหลังจากที่เสิร์ชมาเจอ content ของเรา ซึ่งการใส่ SEO ลงไปในชื่อก็เป็น 1 ในวิธีการตั้งชื่อที่จะทำให้คนเข้ามาอ่าน content ของเราด้วยเหมือนกัน และสามารถดูวิธีอื่น ๆ ได้ที่ 7 วิธีตั้งชื่อบทความให้น่าสนใจจนคนต้องกดอ่าน

และขั้นตอนสุดท้ายคือ ช่วงเวลาที่เหมาะในการเผยแพร่ content มีผลต่อการเข้าถึงเนื้อหาค่อนข้างมาก เช่น วันธรรมดาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการโพสต์เนื้อหาคือช่วงเช้าและช่วงเที่ยง ที่คนพอจะมีเวลาเล่น social หรือติดตามข่าวสารตอนก่อนไปทำงานกับตอนพักกลางวัน แต่ถ้าเป็นวันศุกร์หรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เวลาที่เหมาะแก่การลง content ก็จะเป็นอีกเวลาหนึ่ง ซึ่งกดดูได้จาก Link ที่แนบไว้

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเราว่าทุกคนน่าจะเข้าใจเกี่ยวกับการทำ content ลงบนสื่อออนไลน์มากยิ่งขึ้น และได้รู้ว่าการเป็น content creator มันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินที่จะเป็น ถ้าเราพยายามที่จะเข้าใจมัน ส่วนเรื่องทักษะการเขียนก็ลองฝึกเขียนไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เจอสไตล์ของตัวเอง ขนาดกว่าพระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ยังมีเข้าใจผิดไปบำเพ็ญทุกรกิริยาเลย กว่าเราจะเป็น expert ได้ก็ต้องลองผิดลองถูกก่อนเหมือนกันถึงจะรู้ว่าอะไรมันผิดแล้วจะแก้ที่ตรงไหนให้ดีขึ้น

บรรณานุกรม

พลอยจันทร์ สุขคง. (11 เมษายน 2563). การท่องเที่ยวจะหน้าตาเป็นอย่างไร หลังวิกฤตโควิด-19. สืบค้นจาก https://thestandard.co/how-tourism-will-look-like-after-coronavirus/

สุพัตรา อัมรานนท์. (23 พฤษภาคม 2562). ขนาดรูปภาพ SOCIAL MEDIA อัพเดทสำหรับปี 2019. สืบค้นจาก https://digitalmarketingwow.com/2019/05/23/ขนาดรูปภาพ-social-media-2019/

Bank. (19 สิงหาคม 2559). ชื่อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! 7 วิธีตั้งชื่อบทความให้น่าสนใจ จนคนต้องกดอ่าน. สืบค้นจาก https://contentshifu.com/how-to-write-good-headlines/

Bank. (29 ตุลาคม 2559). Evergreen Content v.s Topical Content คอนเทนต์แบบไหนน่าทำกว่ากัน. สืบค้นจาก https://contentshifu.com/evergreen-content-vs-topical-content/

Icediry. (13 กุมภาพันธ์ 2563). อัปเดต! ช่วงเวลาทองของการโพสต์โซเชียล สำหรับปี 2020. สืบค้นจาก https://www.rainmaker.in.th/best-time-to-post-on-social-media-2020/?fbclid=IwAR14zYk4oCkcd51p2IUx6LVz1XALVYa5o7Y87N30U9Wem5u1Ss9gXXvDk10

Orn Smith. (30 สิงหาคม 2559). 4 เทคนิคเขียนบทความ SEO ที่ต้องรู้ ตัวอย่างการเขียนบทความให้กลายเป็นตำนานบน Google. สืบค้นจาก https://contentshifu.com/essential-seo-tips-content-writer/

Pamta Prince. (11 พฤศจิกายน 2562). วิธีคิด Realtime Content สำหรับฝั่งแบรนด์โดยเฉพาะ. สืบค้น จาก https://www.thumbsup.in.th/realtime-content-for-brands

SistaCafe. (24 พฤศจิกายน 2560). 5 วิธีดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรง. สืบค้นจาก https://today.line.me/th/pc/article/5+วิธีดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรง-RQ176q